Skip to content

เครื่องหมายการค้า (Trademark)

เครื่องหมายการค้า คือ สัญลักษณ์, ชื่อ, โลโก้, หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้เพื่อ ระบุตัวตนและแยกแยะสินค้าหรือบริการ ของธุรกิจหนึ่งออกจากคู่แข่ง หน้าที่หลักของเครื่องหมายการค้าคือการป้องกันความสับสนของผู้บริโภค และคุ้มครองชื่อเสียงและ "แบรนด์ (Brand)" ที่เจ้าของได้สร้างขึ้นมา

ลักษณะสำคัญ

  • ระบุแหล่งที่มา: บอกผู้บริโภคว่าสินค้านี้มาจากใคร หรือใครเป็นผู้ให้บริการ
  • สร้างความแตกต่าง: ทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นในตลาด
  • คุ้มครองชื่อเสียง: ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมาแอบอ้างใช้ชื่อเสียงของแบรนด์คุณ
  • ต่ออายุได้ไม่สิ้นสุด: ตราบเท่าที่ยังมีการใช้งานเครื่องหมายการค้านั้นในทางการค้า ก็สามารถต่ออายุไปได้เรื่อยๆ ทุก 10 ปี

ประเภทของเครื่องหมายที่จดทะเบียนได้

  1. เครื่องหมายการค้า (Trademark): ใช้กับ "สินค้า" เช่น โลโก้บนขวดน้ำดื่ม, ชื่อบนกล่องขนม
  2. เครื่องหมายบริการ (Service Mark): ใช้กับ "บริการ" เช่น ชื่อธนาคาร, โลโก้สายการบิน
  3. เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark): ใช้เพื่อรับรองคุณภาพหรือคุณสมบัติของสินค้า/บริการ เช่น "เชลล์ชวนชิม", "ฮาลาล"
  4. เครื่องหมายร่วม (Collective Mark): ใช้โดยกลุ่มบริษัทหรือสมาชิกในสมาคมเดียวกัน เช่น ตราของ "สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย"

เงื่อนไขในการขอจดทะเบียน

เครื่องหมายการค้าที่ดีและสามารถจดทะเบียนได้ ต้องมีคุณสมบัติครบ 3 ข้อ:

  1. มีลักษณะบ่งเฉพาะ (Distinctive):

    • เป็นเครื่องหมายที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ว่าสินค้า/บริการนั้นต่างจากของคนอื่น
    • ต้องไม่เป็นคำที่สื่อถึงลักษณะของสินค้าโดยตรง (Descriptive Mark) เช่น ใช้คำว่า "หวาน" กับน้ำตาล หรือ "เร็ว" กับบริการส่งของ
    • ต้องไม่เป็นคำสามัญ (Generic Mark) เช่น ใช้คำว่า "คอมพิวเตอร์" กับสินค้าคอมพิวเตอร์
  2. ไม่เป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย:

    • เช่น ไม่เป็นตราสัญลักษณ์ของรัฐ, ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี
  3. ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้ว:

    • ต้องไม่สร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภค ดังนั้น การสืบค้นเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นคำขอจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

ขั้นตอนการยื่นคำขอ

  1. สืบค้นเครื่องหมายการค้า: ตรวจสอบข้อมูลในฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่ามีเครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับของเราจดทะเบียนไว้ก่อนแล้วหรือไม่
  2. ระบุรายการสินค้า/บริการ: จัดหมวดหมู่สินค้า/บริการที่ต้องการขอความคุ้มครองตาม "ระบบจำแนกชั้นนีซ" (Nice Classification) ซึ่งมีทั้งหมด 45 จำพวก
  3. เตรียมเอกสาร: จัดทำคำขอ, รูปภาพเครื่องหมายการค้าที่คมชัดขนาด 5x5 ซม., และเอกสารประกอบอื่นๆ
  4. ยื่นคำขอ: ยื่นเอกสารต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
  5. นายทะเบียนตรวจสอบ: เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาตรวจสอบคำขอตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  6. ประกาศโฆษณา: หากผ่านการตรวจสอบ จะมีการประกาศโฆษณาเป็นเวลา 60 วัน เพื่อให้บุคคลอื่นยื่นคัดค้านได้
  7. รับจดทะเบียน: หากไม่มีผู้คัดค้าน จะได้รับการจดทะเบียนและออกหนังสือสำคัญ

ระยะเวลาคุ้มครอง

  • มีอายุคุ้มครอง 10 ปี นับจากวันยื่นคำขอ
  • สามารถ ต่ออายุได้ทุกๆ 10 ปี โดยไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่ยังมีการใช้งานอยู่

เหมาะกับใคร?

  • เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการทุกคน: ที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำและป้องกันการลอกเลียนแบบ
  • ผู้ผลิตสินค้าและผู้ให้บริการ: ที่ต้องการแยกลูกค้าของตนเองออกจากคู่แข่ง
  • แฟรนไชส์: เพื่อสร้างมาตรฐานและคุ้มครองแบรนด์ในทุกสาขา