Appearance
การขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา
ภาพรวมทรัพย์สินทางปัญญา
ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) คือผลงานที่เกิดจากการประดิษฐ์ คิดค้น หรือสร้างสรรค์ของมนุษย์ ซึ่งกฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการแสวงหาผลประโยชน์จากผลงานนั้นๆ หน่วยงานหลักที่ดูแลในประเทศไทยคือ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (Department of Intellectual Property - DIP)
1. สิทธิบัตร (Patent)
เป็นหนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครอง การประดิษฐ์ (Invention) หรือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design) มี 3 ประเภทหลัก ดังนี้
ก) สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention Patent)
- คืออะไร? : คุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ที่มีความใหม่, มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น (ไม่เป็นที่ประจักษ์โดยง่าย), และสามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้ เหมาะกับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน
- เหมาะกับใคร? : นักวิจัย, วิศวกร, ผู้พัฒนานวัตกรรมที่มีกลไกการทำงานหรือกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน
- ขั้นตอนการยื่นคำขอ:
- เตรียมเอกสาร: จัดทำคำขอ, รายละเอียดการประดิษฐ์, ข้อถือสิทธิ, รูปเขียน (ถ้ามี), และบทสรุปการประดิษฐ์
- ยื่นคำขอ: ยื่นเอกสารทั้งหมดต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
- ตรวจสอบเบื้องต้น: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร
- ประกาศโฆษณา: หากผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น จะมีการประกาศโฆษณาคำขอเป็นเวลา 90 วัน เพื่อให้ผู้อื่นคัดค้านได้
- ตรวจสอบการประดิษฐ์: ผู้ขอต้องยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์ (ตรวจสอบเนื้อหาเชิงลึก) ภายใน 5 ปีนับจากวันประกาศโฆษณา
- รับจดทะเบียน: หากผ่านทุกขั้นตอน จะได้รับการจดทะเบียนและออกสิทธิบัตร
- ระยะเวลาคุ้มครอง: 20 ปี นับจากวันยื่นคำขอ
ข) อนุสิทธิบัตร (Petty Patent)
- คืออะไร? : คุ้มครองสิ่งประดิษฐ์เช่นเดียวกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ แต่มีเงื่อนไขขั้นการประดิษฐ์ที่ต่ำกว่า (เป็นการพัฒนาปรับปรุงเล็กน้อย) และมีขั้นตอนการจดทะเบียนที่รวดเร็วกว่ามาก
- เหมาะกับใคร? : ผู้ประกอบการ, SME, นักประดิษฐ์ที่คิดค้นการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น ใช้งานสะดวกขึ้น แต่ไม่ใช่นวัตกรรมที่ซับซ้อน
- ขั้นตอนการยื่นคำขอ:
- เตรียมเอกสาร: เหมือนกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์
- ยื่นคำขอ: ยื่นเอกสารต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
- ตรวจสอบเบื้องต้น: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและเงื่อนไขเบื้องต้น
- รับจดทะเบียน: หากผ่านการตรวจสอบ จะได้รับการจดทะเบียนอย่างรวดเร็ว (ไม่มีขั้นตอนการตรวจสอบการประดิษฐ์เชิงลึกก่อนจด)
- ระยะเวลาคุ้มครอง: 6 ปี นับจากวันยื่นคำขอ (ต่ออายุได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี รวมสูงสุด 10 ปี)
ค) สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent)
- คืออะไร? : คุ้มครอง รูปร่าง ลักษณะภายนอก ลวดลาย หรือสีสัน ของผลิตภัณฑ์เท่านั้น ไม่คุ้มครองประโยชน์ใช้สอยหรือหลักการทำงาน (Aesthetics)
- เหมาะกับใคร? : นักออกแบบ, ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์, ผู้ออกแบบบรรจุภัณฑ์, ผู้ออกแบบลวดลายบนผลิตภัณฑ์
- ขั้นตอนการยื่นคำขอ:
- เตรียมเอกสาร: จัดทำคำขอ, รูปภาพหรือรูปเขียนที่แสดงมุมมองของผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน (สำคัญที่สุด), และคำพรรณนาแบบผลิตภัณฑ์
- ยื่นคำขอและตรวจสอบ: กระบวนการคล้ายกับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ (มีการประกาศโฆษณา)
- ระยะเวลาคุ้มครอง: 10 ปี นับจากวันยื่นคำขอ
2. ลิขสิทธิ์ (Copyright)
- คืออะไร? : คุ้มครอง งานสร้างสรรค์ที่แสดงออกถึงความคิด (Expression of Idea) เช่น งานวรรณกรรม, เพลง, ภาพยนตร์, ภาพวาด, โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การคุ้มครองเกิดขึ้นทันทีที่สร้างสรรค์ผลงาน โดยไม่จำเป็นต้องจดทะเบียน
- เหมาะกับใคร? : นักเขียน, ศิลปิน, นักแต่งเพลง, โปรแกรมเมอร์, ช่างภาพ
- ขั้นตอนการยื่น (เป็นการแจ้งข้อมูล ไม่ใช่การขออนุญาต):
- เตรียมเอกสาร: จัดทำคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์, สำเนาบัตรประชาชน, และสำเนาผลงาน
- ยื่นแจ้งข้อมูล: ยื่นเอกสารต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อให้มีหลักฐานบันทึกวันที่สร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งมีประโยชน์เมื่อเกิดข้อพิพาท
- ระยะเวลาคุ้มครอง: โดยทั่วไป ตลอดชีวิตผู้สร้างสรรค์ + 50 ปี หลังจากเสียชีวิต
3. เครื่องหมายการค้า (Trademark)
- คืออะไร? : คุ้มครอง ชื่อ, โลโก้, สัญลักษณ์, ภาพ, หรือคำ ที่ใช้เพื่อระบุและแยกแยะสินค้าหรือบริการของตนออกจากของผู้อื่น (คุ้มครองแบรนด์)
- เหมาะกับใคร? : เจ้าของธุรกิจ, ผู้ผลิตสินค้า, ผู้ให้บริการทุกประเภท
- ขั้นตอนการยื่นคำขอ:
- สืบค้นเครื่องหมายการค้า: ตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้าของเราซ้ำหรือคล้ายกับของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ (สำคัญมาก)
- เตรียมเอกสาร: จัดทำคำขอ, รูปภาพเครื่องหมายการค้าที่คมชัด, และระบุรายการสินค้า/บริการที่จะขอรับความคุ้มครอง (มีการแบ่งเป็นจำพวก)
- ยื่นคำขอ: ยื่นเอกสารต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา
- นายทะเบียนตรวจสอบ: เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและเงื่อนไขต่างๆ
- ประกาศโฆษณา: หากผ่านการตรวจสอบ จะมีการประกาศโฆษณาเป็นเวลา 60 วัน
- รับจดทะเบียน: หากไม่มีผู้คัดค้าน จะได้รับการจดทะเบียน
- ระยะเวลาคุ้มครอง: 10 ปี นับจากวันยื่นคำขอ และ สามารถต่ออายุได้ทุกๆ 10 ปี โดยไม่มีที่สิ้นสุด
ข้อแนะนำ : ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงภาพรวมเบื้องต้น สำหรับรายละเอียดเอกสารและขั้นตอนที่สมบูรณ์ ควรศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรง